รู้จักกองทุนก่อนลุยจีน

แม้ว่าในภาวะที่โลกเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่จีนยังคงเป็น 1 ในประเทศที่เศรษฐกิจยังแข็งแกร่งดังเห็นได้จาก GDP จีนในไตรมาส 3/2552 โตขึ้น 8.9% เกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้

เราจึงมองจีนยังเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน แต่ด้วยข้อจำกัดในการลงทุนต่างประเทศ จึงต้องพึ่งกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นจีนเป็นสื่อกลางในการลงทุน ทั้งนี้กองทุนจีนแต่ละกองมีข้อจำกัดและการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะตัดสินใจลงทุนเราจึงควรทำความเข้าใจ รู้จักกองทุนรวมจีนให้ดีเสียก่อน

 รู้จักหุ้นจีน A, B, H Shares คืออะไร

หลายคนยังสงสัยเมื่อได้ยิน A Shares, B Shares และ H Shares หรือแม้แต่หุ้น Red Chips ว่าคืออะไร? ซึ่งคำตอบเราได้เตรียม ไว้ดังจะเห็นได้จากตาราง ทั้งนี้ตลาดในประเทศจีนแบ่งเป็น 2 ตลาดใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ และ ตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้น ซึ่งทั้งสองตลาดจะเป็นตลาดที่ทำการ ซื้อขาย A Share (หุ้นจีนสำหรับนักลงทุนจีนโดยซื้อขายกันในสกุลเงินหยวน และมีโควตาสำหรับนักลงทุนต่างชาติ) และ B Share (หุ้นจีนที่ซื้อขายในสกุลเงินเหรียญสหรัฐสำหรับนักลงทุนต่างชาติ) ส่วน H Share นั้นจะเป็นหุ้นจีนที่ทำการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และซื้อขายกันในสกุลเงินเหรียญฮ่องกง

สำหรับหุ้น Red Chips เป็นหุ้นของบริษัทที่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง และซื้อขายในสกุลเงินเหรียญฮ่องกง

 

 ลักษณะที่แตกต่างกันของกองทุนจีนในตลาด

ปัจจุบันกองทุนจีนมีอยู่ด้วยกัน 5 กองทุน และอีก 1 กองใหม่ K-CHINA ที่ทำ IPO ไปเมื่อปลายเดือนต.ค. 2552 โดยทั้งหมดเป็นกองทุนในลักษณะ Feeder Funds แต่กอง Master Fund ที่ไปลงทุนจะมีความแตกต่างกัน โดยเราจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ด้วยกันคือ

1) กองทุนที่ลงทุนใน ETF ซึ่งมีลักษณะเป็น Passive Fund (บริหารกองทุนให้ผลตอบแทนออกมาใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง) ในกลุ่มนี้มีเพียงกองทุน TMBCHEQ ซึ่งลงทุนใน iShares FTSE/Xinhua A50 เป็น ETF โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี FTSE/Xinhua China A50 ที่ประกอบไปด้วยบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ประเภท A Shares จำนวน 50 ตัว ที่จดทะเบียนในตลาดเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น ทั้งนี้ Master Fund ของ TMBCHEQ ไม่ได้ทำการลงทุนในหุ้น A Shares โดยตรง แต่จะลงทุนใน CAAPs (China A share Access Products) ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับหุ้น A Shares 1 ตัว หรือ Index ที่ประกอบอยู่ในดัชนี FTSE/Xinhua China A50 ต่างกับกองทุนอีก 2 ประเภท ถัดไปที่มีรูปแบบการบริหารกองทุนของ Master Fund เป็นแบบ Active Fund (เป็นกองทุนที่เน้นบริหารกองทุนให้ผลตอบแทนออกมาดีกว่าผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง) และส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นประเภท H Shares

2) กองทุน Greater China

กองทุนจีนบางกองทุนจะหมายรวมไต้หวันและฮ่องกงเข้าเป็น ส่วนหนึ่งของจีนด้วย รวมเป็น Greater China กองทุนลักษณะนี้ ได้แก่ ING Greater China (INGGC), MS-CHINAVALUE และ UOB Smart Greater China (UOBSGC) โดยการวิเคราะห์ เชิงปริมาณด้วยข้อมูลที่มีอยู่ ณ วันที่ 15 ต.ค. 2552 (ข้อมูล บางกองอย่าง INGGC ยังไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์) เราเลือก MS-CHINAVALUE เป็น Top-Pick ในกลุ่มนี้ โดยนโยบาย การคัดเลือกหุ้นเป็นแบบ Bottom-Up เน้นหุ้น Value Stock ที่มีพื้นฐานดี เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ล่าสุด (ณ เดือนก.ย. 2552) มีการปรับลดการลงทุนในกลุ่ม Telecommunication และ Utilities และเพิ่มการลงทุนในกลุ่ม Consumer Goods มากขึ้น อย่างไรก็ตามกองนี้จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมขายหากถือหน่วยลงทุนไม่ถึง 2 ปี

3) กองทุนหลักลงทุนในบริษัทที่มีรายได้หลักมาจากประเทศจีน

กองทุนประเภทนี้จะไม่สนใจตลาดที่บริษัทนั้นไปจดทะเบียน แต่จะคำนึงถึงรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทจะต้องมาจากประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วย Aberdeen China Gateway Fund (ABCG) และกองทุนที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง K-CHINA แม้ว่านโยบายการลงทุนจะเป็นแบบ Bottom-Up Approach เหมือนกัน แต่ลักษณะหุ้นที่ลงทุนของทั้งสองกองลงทุนนั้นกลับมีความแตกต่างกันมาก โดย ABCG จะเน้นการลงทุนในบริษัทฮ่องกงที่มีรายได้หลักมาจากจีน และต้องเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งทั้งในด้านฐานะทางการเงินและธุรกิจ ในขณะที่ K-CHINA จะเน้นลงทุนในหุ้น H Share เป็นหลัก โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโต นอกจากนี้ K-CHINA ยังมีนโยบายจ่ายปันผล และทำการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

การลงทุนในกองทุนจีนถือว่าเป็นการลงทุนที่เน้นลงทุนในประเทศเดียว หรือกลุ่มประเทศที่คล้ายคลึงกัน นักลงทุนจึงควรคำนึงในแง่ของการกระจายความเสี่ยงในเชิงภูมิศาสตร์ด้วย ไม่ควรที่จะลงทุนแต่เฉพาะกองทุนจีนเพียงอย่างเดียวในพอร์ตการลงทุน และเนื่องจากเป็นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ นักลงทุนควรทำความเข้าใจเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน



Post Today
Last update : 11/24/2009 10:53:28 AM

ข่าวอื่นๆในหมวดนี้

  หุ้นไทยร่วงตามตปท. ดาวโจนส์หลุด1หมื่น
  หุ้นผันผวนขาลง หลังดาวโจน์หลุด1หมื่นจุด
  'อภิสิทธิ์'ยันไม่ลดวงเงินไทยเข้มแข็งพรรคร่วม
  ดาวโจนส์ดิ่งหลุดหมื่นจุด
  น้ำมันดิบปิดบวก 70 เซนต์
  ทองลง 100 บาท
  ภาวะตลาดทองคำสัปดาห์แรกเดือนก.พ.
  ปัจจัยเสี่ยงทั้งนอกและใน
  หุ้นแนวโน้มขาลง กังวลหนี้ยุโรป-การเมือง
  สรุปหุ้น น้ำมัน ทองคำ ค่าเงิน
  ก.ล.ต.ระดมสมองตั้งกองทุนทองคำ